แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อาหารเพื่อสุขภาพ

1.โจ๊กปลาเก๋า

 

ส่วนประกอบ

  1. คนอร์คัพโจ๊กกุ้ง 2 ซอง
  2. เนื้อปลาเก๋าหั่นชิ้นพอคำ 80 กรัม
  3. น้ำร้อน (500 มิลลิลิตร) 2 ถ้วยตวง
  4. ต้นหอมซอย ขิงซอย และปลาท่องโก๋สำหรับโรยหน้าตามชอบ

วิธีทำ

  1. นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟพอน้ำเดือดจัด ใส่ปลาลงต้มจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ ตักใส่ถ้วยพักไว้
  2. เทคนอร์คัพโจ๊กใส่ชาม ใส่น้ำร้อนคนให้เข้ากันแล้วปิดฝาทิ้งไว้ 2 นาที
  3. จัดเสิร์ฟโดยแบ่งโจ๊กออกเป็น 2 ชาม ใส่ปลาที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ขิงซอย และปลาท่องโก๋พร้อมเสิร์ฟ
  • 2.หมูย่างโอชา

     

    ส่วนประกอบ

  1. สันคอหมู 1 กิโลกรัม
  2. รากผักชี กระเทียม พริกไทยตำละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ซอสภูเขาทองฝาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  7. คนอร์อร่อยชัวร์ 2 ช้อนโต๊ะ
  8. ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว
  9. พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
  10. น้ำมะขามเปียก 9 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำตาลปีบ 3 ช้อนโต๊ะ
  13. คนอร์อร่อยชัวร์ 1 ช้อนชา
  14. ข้าวคั่ว 1-2 ช้อนโต๊ะ
  15. ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  16. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  17. หัวหอมซอย 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำมาเคล้ากับหมูให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หรือหมักไว้ข้ามคืน
  2. นำหมูไปย่างไฟให้สุกทั้งสองด้าน (หรือจะอบก็ได้แล้วแต่สะดวก) รับประทานกับน้ำจิ้มแจ่ว
  3. การทำน้ำจิ้ม โดยนำพริกป่น น้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปีบ ข้าวคั่ว และคนอร์อร่อยชัวร์ ใส่ถ้วย ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่ผักชีฝรั่ง ต้นหอม และหัวหอมซอย ผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
  4. หมายเหตุ สามารถเปลี่ยนจากเนื้อหมู เป็นเนื้อวัว หรือไก่ได้ตามชอบ การหมักเนื้อสัตว์ ถ้าหมักค้างคืนจะทำให้เข้าเนื้อมากขึ้น ส่วนน้ำจิ้มแจ่ว หากชอบเผ็ดสามารถเติมพริกป่นเพิ่มได้ตามชอบ
  •  

    3.น้ำพริกลงเรือ

     

    ส่วนประกอบ

  1. กุ้งแห้งอย่างดีโขลกพอละเอียด ½ ถ้วย
  2. กระเทียมไทยปอกเปลือก 20 กลีบ
  3. กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
  4. มะดันซอย 10 ลูก (หรือ มะม่วงสับ 1 ถ้วย)
  5. มะอึกหั่นบาง 5 ลูก
  6. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะเนื้อหมูติดมัน 200 กรัม
  7. หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. น้ำตาล ¼ ถ้วยประมาณ 50 กรัม
  9. น้ำเปล่า 100 กรัม
  10. พริกขี้หนูสวน 30 เม็ด
  11. น้ำตาลปีบ 4-5 ช้อนโต๊ะ
  12. หมูหวาน ½ ถ้วย
  13. ไข่เค็ม 2 ฟอง
  14. ปลาดุกฟูกรอบ ½ ถ้วย
  15. คนอร์อร่อยชัวร์ 1 ช้อนโต๊ะ
  16. น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกกระเทียม กะปิ ให้ละเอียด ใส่มะดันซอย มะอึก โขลกให้เข้ากัน ใส่พริก ทุบพอแตก ใส่น้ำตาลปีบ น้ำมะนาว พักไว้
  2. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่น้ำพริกลงผัด ใส่กุ้งแห้ง และคนอร์อร่อยชัวร์ผัดให้เข้ากัน ใส่หมูหวาน ผัดให้เข้ากัน ชิมรสให้มีสามรส
  3. การจัดให้สวยงาม ตักน้ำพริกใส่ถ้วย นำไข่เค็มหั่นเต๋าโรยหน้า แนมด้วยหมูหวาน และปลาดุกฟู รับประทานกับผักสด เช่น แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบมะกอก มะเขือต่างๆ ขมิ้นขาว ถั่วพู
  4. หมูหวาน
  5. หั่นหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าประมาณ 1 เซนติเมตร
  6. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่หอมแดงลงไปผัดพอหอม ใส่หมู และคนอร์อร่อยชัวร์ลงไป ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก ใส่น้ำตาล คนจนน้ำตาลละลาย
  7. ใส่น้ำลงไป ใช้ไฟอ่อนเคี่ยว ระวังอย่าให้หมูแข็งเคี่ยวจนน้ำตาลเหนี่ยวเป็นสีน้ำตาลอ่อน


4.แกงจืดลูกรอก

 

ส่วนประกอบ

  1. กุ้งสดปอกเปลือก 150 กรัม (ประมาณ ½ ถ้วยตวง)
  2. หมูสับ 150 กรัม (ประมาณ ½ ถ้วยตวง)
  3. ลูกรอกหั่นท่อน 1 นิ้วต้มสุก 200 กรัม (ประมาณ 1 ½ ถ้วยตวง)
  4. รากผักชีกระเทียมพริกไทยโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
  5. คนอร์อร่อยชัวร์ ½ ช้อนชา
  6. คนอร์ซุปหมูก้อน 2 ก้อน
  7. หัวหอมใหญ่หั่นเสี้ยว 1 หัวเล็ก
  8. น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง (1 ลิตร)
  9. กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ต้อนหอม และผักซีซอยสำหรับโรยหน้าตามชอบ

วิธีทำ

  1. นำลูกรอกที่หั่นเตรียมไว้ต้มในน้ำเดือดพอสุก พักไว้
  2. นำหมูสับมาหมักกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย และคนอร์อร่อยชัวร์ พักไว้
  3. ตั้งหม้อต้มน้ำบนไฟกลางจนเดือด ใส่คนอร์ซุปหมูก้อนลงไป คนให้ละลาย ใส่หมูที่หมักไว้โดยปั้นเป็นก้อนๆ พอหมูสุก แล้วจึงใส่หัวหอมใหญ่ลงไป ต้มสักครู่
  4. ใส่ลูกรอกและกุ้งลงไป ต้มพอกุ้งสุก ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอม และผักชีซอย พร้อมเสิร์ฟ
  • 5.ผัดหมี่ซั่ว

     

    ส่วนประกอบ

  1. หมี่ซั่ว 1 ห่อ 400 กรัม
  2. ถั่วงอก 1 ถ้วยตวง
  3. ต้นหอม ¼ ถ้วยตวง
  4. แครอทหั่นเป็นเส้น ¼ ถ้วยตวง
  5. เห็ดหอมแช่น้ำหั่นเป็นเส้น ¼ ถ้วยตวง
  6. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  8. คนอร์อร่อยชัวร์ 1 ช้อนชา
  9. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  10. เนื้อหมูหั่นชิ้นบางพอคำ 100 กรัม
  11. กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
  13. พริกไทยป่นตามชอบ

วิธีทำ

1.นำหมูมาหมักกับน้ำมันหอย กระเทียม และพริกไทย และคนอร์อร่อยชัวร์เล็กน้อย พักไว้
2.ลวกเส้นหมี่ซั่วจนสุกแต่อย่าให้เละ เทใส่กระชอน แล้วล้างด้วยน้ำเย็น (เพราะเส้นหมี่เค็ม) ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ
3.ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางจนร้อน ใส่หมูที่หมักลงผัดจนสุก ใส่เห็ดหอม แครอท และเส้นหมี่
 4.ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว คนอร์อร่อยชัวร์ และน้ำตาลทรายผัดให้เข้ากัน ใส่ถั่วงอก และต้นหอมลงไป ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

6.ข้าวอบเผือก

 


ส่วนประกอบ

  1. ข้าวสาร 1 ½ ถ้วย
  2. เผือกหั่นเต๋าชิ้นพอคำ 200 กรัม
  3. เนื้อหมูหั่นชิ้นพอคำ 100 กรัม
  4. กุ้งสดปอกเปลือก 150 กรัม
  5. กุนเชียงหั่นเต๋าเล็กทอด ½ ถ้วยตวง
  6. เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเป็นเส้น 4 ดอก
  7. ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1 นิ้ว 1 ต้น
  8. คนอร์อร่อยชัวร์ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  12. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  13. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟร้อน ใส่กุนเชียงลงทอดจนกุนเชียงเริ่มสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พักไว้
  2. น้ำมันที่เหลือใส่หมูที่หั่นไว้ลงไป ผัดซักพักจนหมูเริ่มสุก ใส่กุ้งลงไป จากนั้นปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ น้ำมันหอย ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดให้เครื่องปรุงต่างๆ เข้ากัน
  3. พอกุ้งเริ่มสุกก็ใส่น้ำแช่เห็ดหอมลงไปประมาณ ½ ถ้วยตวง ใส่เห็ดหอมลงไป แล้วคนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน
  4. นำเผือกที่หั่นไว้ใส่ลงไปในหม้อหุงข้าว ตามด้วยกุนเชียงทอดและเครื่องทั้งหมดที่ผัดไว้ คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นใส่น้ำลงไปอีกประมาณ 1 ถ้วย หรือพอให้เกือบท่วมเครื่อง แล้วหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ
  5. เมื่อข้าวสุกแล้ว นำขึ้นฉ่ายที่หั่นไว้ใส่ลงไป คนให้ทั่ว ปิดฝาไว้ประมาณ 5 นาที แล้วตักข้าวใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

1.น้ำมะนาว


ประโยชน์     บำรุงผิว บำรุงสุขภาพเหงือก บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ แก้หวัด แก้คลื่นไส้วิงเวียน ต้านมะเร็งสิ่งที่ต้องเตรียมมะนาว 2  ผล เกลือ 1-2 ช้อนชา น้ำตาล  2  ช้อนโต๊ะ น้ำ 5-6  แก้วขั้นตอนและวิธีการทำเลือกมะนาวที่ใกล้จะเป็นสีเหลืองแล้ว  นำไปล้างให้สะอาด  ฝานเป็นแว่นบางๆ ใส่หม้อ  เติมน้ำสะอาด  5-6  แก้ว  ต้มจนเดือด
       เติมน้ำตาลและเกลือ  ต้มต่อไปอีกประมาณ  8-10  นาทีก็ยกลง  จิบอุ่นๆ ได้ตลอดวัน
(แต่ควรดื่มสัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้นในช่วงลดน้ำหนัก)

2. น้ำตะไคร้


   
     สรรพคุณของน้ำตะไคร้ สามารถ รักษาโรคต่างๆ เช่น ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง บำรุงธาตุและคุณสมบัติ อีกอย่างหนึ่งของตะไคร้ ก็คือ เป็นสมุนไพร ที่ช่วยในการขับพิษ ขับเหงื่อ และช่วยขับปัสสาวะ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  
    ขั้นตอนและวิธีการทำ
     ลอกเปลือกตะไคร้  ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนๆ  โขลกหรือทุบให้แหลก
     ต้มน้ำครึ่งหม้อ  ใส่ตะไคร้ลงต้มจนเดือด  ยกหม้อลงกรองเอาแต่น้ำ  เติมน้ำตาลแล้วต้มอีกครั้ง  พอเดือดก็ยกลงได้



ประโยชน์ของน้ำสมอนั้นมีมากมายอธิบาย
      เช่น
          - เป็นยาระบาย
          - บำรุงหัวใจ
          - แก้ท้องเดิน
          - แก้จุกเสียด
          - ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย


ขั้นตอนและวิธีการทำ
     ล้างสมอไทยให้สะอาดหลายๆ น้ำ  เฉือนเปลือกออกแล้วฝานเนื้อสมอไทยใส่ลงไปในเครื่องปั่น  ปั่นแล้วกรองเอาแต่น้ำ  เติมน้ำต้มสุก  ผสมน้ำเชื่อม  เกลือ  เเละน้ำแข็ง  เวลาเสิร์ฟฝานเนื้อสมอไทยโรยใส่เล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ

4.น้ำกระชาย


   น้ำกระชายจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคไต  ผู้ชายป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโต  ผู้หญิงป้องกันไม่ให้เป็นมดลูกโต  ในน้ำกระชาย  1  แก้ว  มีคุณค่าสูงกว่านม  1  แก้ว  หลายเท่าถ้าให้เด็กกินเป็นประจำ  จะช่วยสร้างกระดูกให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงกินคู่กับมะม่วงสุกแล้วปั่นก็ดี


 ขั้นตอนและวิธีการทำ
     - นำกระชายมาล้างน้ำเกลือหลายๆ ครั้งให้สะอาด (ไม่ต้องปอกเปลือกออก)
     - หั่นกระชายเป็นแว่นๆ ชิ้นเล็กพอประมาณ เอาใส่ลงไปในเครื่องปั่น แล้วเติมน้ำ 3แก้ว
     - ปั่นให้ให้ละเอียดกรองเอาแต่น้ำ กากกระชายทิ้งไป
     - ใช้เป็นหัวเชื้อเก็บไว้ในตู้เย็นไว้ได้หลายวัน
     - เวลาจะดื่มก็เทใส่แก้วแล้วเติมน้ำสะอาดให้เจือจาง
     - เติมน้ำตาล  เกลือ  ตามใจชอบ



5.น้ำใบบัวบก


 ประโยชน์ของน้ำใบบัวบก
     - ยับยั้งเซลล์มะเร็ง
     - บรรเทาอาการปวดศีรษะ
     - ขับปัสสาวะ
     - ดับกระหาย  แก้ร้อนใน


ขั้นตอนและวิธีการทำ
     นำใบบัวบกไปล้างให้สะอาดหลายๆน้ำ  เด็ดเอาแต่ใบลงใส่เครื่องปั่น  เติมน้ำต้มสุก
     ปั่นเสร็จแล้วกรองเอาแต่น้ำ   หลังจากนั้นนำน้ำใบบัวบกที่ได้ผสมกับน้ำเชื่อม  คนให้เข้ากัน  นำน้ำแข็งและน้ำใบบัวบกที่ได้จากการกรองเทใส่ลงไปในเครื่องปั่น   เป็นอันเสร็จขั้นตอน  หรือจะนำน้ำไปแช่เย็นไว้ดื่มแก้ดับกระหาย

6.น้ำว่านหางจระเข้


 น้ำว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณมากมาย อธิเช่น  บรรเทาอาการจากกระเพาะอาหารอักเสบ  เป็นยาระบาย  แก้วปวดศีรษะ


   ขั้นตอนและวิธีการทำ
     เฉือนเปลือกออกให้หมด  ล้างน้ำให้สะอาดหลายๆน้ำให้หมดยาง  เอาแต่วุ้นใส่เครื่องปั่นกับน้ำต้มสุก
     ปั่นเสร็จแลวกรองเอาแต่น้ำว่านหางจระเข้  เติมน้ำผึ้ง  คนให้เข้ากัน  เทใส่แก้วน้ำหรือแช่ในตู้เย็นก่นอก็ได้  หรือจะนำไปปั่นพร้อมน้ำแข็งเลยก็ได้  

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

ผลไม้เพื่อสุขภาพ

           หนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ทำง่ายและได้ผลที่เรารู้จักกันก็คือ การลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้ก็เป็นอย่างหนึ่งที่สามารถดื่มทดแทนได้และยังให้ผลไปถึงการเสริมภูมิคุ้มกันโรคและลดน้ำหนักอีกด้วย นักวิชาการส่วนมากจึงแนะนำให้คุณดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณเหมาะสมเพื่อสุขภาพ เรามาดู 10 อันดับน้ำผลไม้ที่ช่วยให้คุณหุ่นดีกันดีกว่า

 

1. น้ำแครอทอุดมไปด้วยแคลเซียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงแคโรทีนที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอภายในร่างกายมนุษย์และดูดซึมไปใช้ได้ทันที น้ำแครอทยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยป้องกันและต่อต้านโรคมะเร็งได้

 


2. น้ำบีทรูท - มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง อุดมด้วยโปแทสเซียม เหล็ก วิตามินซี และแมกนีเซียม ช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีอาการสูญเสียความทรงจำและสมาธิสั้น และยังช่วยลดความเสียหายของร่างกายในผู้หญิงที่มีปัญหาปวดประจำเดือนอีกด้วย



3. น้ำแคลนเบอรี่มีวิตามินซีสูง เป็นที่รู้จักกันดีว่าน้ำแคลนเบอรี่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่เป็นปัญหาของผู้หญิงทั่วโลก สามารถนำไปปั่นกับกล้วยหอมเพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และล่าสุดยังพบว่าน้ำแคลนเบอรี่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชิ้ออีโคไลที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้

 

 

4. น้ำลูกแพร์นับเป็นน้ำผลไม้ที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมเพื่อการเสริมสร้างสุขภาพ โดยตัวน้ำลูกแพร์อย่างเดียวก็ให้ผลที่ดีแต่ก็สามารถผสมกับน้ำชนิดอื่นๆเพื่อเพิ่มสรรพคุณได้ มีวิตามินซี แคลเซียม โปแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ในปริมาณสูงซึ่งล้วนเป็นแร่ธาตุจำเป็นของร่างกาย

 

5. น้ำองุ่นน้ำผลไม้สีม่วงนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์สมองเสื่อม และช่วยในเรื่องความจำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคในร่างกาย


6. น้ำส้มน้ำที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและสุขภาพแท้ๆร้อยเปอร์เซ็นต์ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มอัตราไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และอัตราการดูดซึมสารอาหาร จุดเด่นอยู่ที่วิตามินซีและฟลาโวนอยด์ที่มีอยู่สูง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อโรค

 


7. น้ำมะม่วงช่วยป้องกันโรคมะเร็งหลากหลายชนิด ช่วยทำความสะอาดโลหิตอันจะทำให้สุขภาพดีขึ้น อีกอย่างคือช่วยบำรุงไต น้ำมะม่วงมีรสชาติดี เอาไปผสมกับน้ำผลไม้อื่นเพื่อเพิ่มรสชาติได้ เช่น กีวีหรือกล้วย

 

8. น้ำบลูเบอรี่ถ้าดูแค่สีอย่างเดียวเราก็พอจะเดาได้ ว่าเป็นน้ำที่เปี่ยมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และเส้นใยอาหาร นับว่าบำรุงสุขภาพแบบครบวงจรเลยทีเดียว

 

9. น้ำทับทิมถ้าคุณอยากมีหัวใจที่ดีต้องดื่มน้ำทับทิม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักโภชนาการล้วนแนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้นี้ น้ำทับทิมเพียงอย่างเดียวให้สารต้านอนุมูลอิสระที่แทบจะครบทุกชนิด นับว่ามีประโยชน์มากสำหรับการป้องกันโรคมะเร็ง

 


10. น้ำองุ่นคอนคอร์ด(Concord Grape Juice) หากคุณกำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องล่ะก็ น้ำองุ่นพันธุ์นี้คือคำตอบของคุณ เพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณมากและเข้มข้นด้วยจนกระทั่งสามารถลดความดันเลือดได้ ทั้งยังช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆอีกด้วย

 



*นอกเหนือจากคุณประโยชน์นานัปการแล้ว เรายังพูดได้อย่างเต็มปากว่าน้ำผลไม้พวกนี้ยังอร่อยและมีรสชาติเฉพาะตัว แต่จะให้ดีที่สุดคือคั้นดื่มสดๆเลยจะช่วยให้คงคุณค่าของผลไม้ได้มากที่สุด หรือจะลองเอาไปผสมเป็นค็อกเทลก็เหมาะดี ลองปรับสูตรตามจินตนาการกันได้เต็ม

ที่มา : top-10-list.org